แนะนำท่องเที่ยว

แนะนำท่องเที่ยว

เที่ยวตลาดน้ำในกรุงเทพฯ สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ




แม่น้ำแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตชาวไทยจนกลายเป็นวิถีแห่งชีวิตของชุมชนราบลุ่มแม่น้ำต่าง ๆ ของสยามประเทศ การสร้างบ้านเรือนตามแหล่งน้ำทำให้เกิดชุมชนชาวน้ำ ตั้งบ้านเรือนรายล้อมเรียกว่า “บาง” เช่น บางจาก บางเขน หรือบางกะปิ เป็นต้น ส่วนชุมชนที่ตั้งห่างจากแม่น้ำ อยู่บนบกนั้นเรียกว่า “บ้าน” ตามที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้

การคมนาคมสัญจรทางเรือทำให้เกิดรูปแบบการค้าแบบง่ายที่เรียกว่า ตลาดน้ำ เกิดขึ้น ชาวบ้านมีของมาขายก็บรรทุกลงเรือ พายเรือมาชุมนุมกันที่ใดที่หนึ่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นวัดหรือชุมชนใหญ่ มีการซื้อขาย มีชีวิตความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ แต่เมื่อความเจริญเข้ามาถึง การคมนาคมเปลี่ยนจากเรือเป็นรถยนต์ เส้นทางสัญจรเปลี่ยนแปลงไป วิถีชาวน้ำขาดหายไปเป็นระยะเวลานาน จนหลายคนไม่รู้จัก

ปัจจุบันกระแสตลาดน้ำที่ปรากฏอยู่หลายพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นการจำลองวิถีชีวิตความเป็นตลาดน้ำขึ้นมา มีคนกล่าวไว้ว่าเป็นเพียงการสตาฟตลาดน้ำโบราณมาไว้ในปัจจุบัน ยังเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงความยั่งยืนของตลาดน้ำเพราะหากตลาดน้ำนั้นควรอยู่ด้วย วิถีชุมชน หาใช่ธุรกิจที่จัดตั้งขึ้น จึงฝากไว้เป็นข้อคิดก่อนที่จะนำพาไปเที่ยว 3 ตลาดน้ำในกรุงเทพมหานคร 

ตลาดน้ำขวัญเรียม
ภาพยนตร์เรื่องแผลเก่า ฉบับปี 2557 คงลาโรงไปเรียบร้อยแล้วเมื่อหนังสือนี้ตีพิมพ์ ผู้อ่านหลายคนคงได้รับชมกันบ้างแล้วเป็นแน่ และอาจจะมีคนสงสัยว่าตลาดน้ำขวัญเรียมแห่งนี้จะเกี่ยวข้องกันไหม พยายามดูประวัติแล้วไม่เห็นจะมีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีอะไรเกี่ยวข้องบ้าง ล่าสุดกองถ่ายเรื่อง แผลเก่า ก็มาบวงสรวงกันที่นี่

ตลาดน้ำขวัญเรียมแห่งนี้เปิดเมื่อ เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 ตั้งอยู่ที่วัดบำเพ็ญเหนือ และวัดบางเพ็งใต้ ทั้งสองวัดมีคลองแสนแสบคั่นกลาง เป็นตลาดน้ำจัดตั้งไม่ใช่วิถีชีวิตดั้งเดิม แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนของคนเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี

การเดินทางสามารถนำรถมาจอดได้ทั้งสองด้านที่วัดบำเพ็ญเหนือหรือวัดบางเพ็งใต้ก็ได้ ทั้งสองฝั่งจะสร้างเป็นอาคารมีสินค้า ของที่ระลึก และอาหารจำหน่าย
 
ด้านฝั่งวัดบางเพ็งใต้ เป็นที่ตั้งศาลขวัญ-เรียมอยู่เชิงสะพานข้ามคลองที่สร้างใหม่ โดยสะพานนี้สร้างเป็นรูปลักษณะเรือที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีแต่พื้นและมองเห็นกงเรือเป็นซี่ ๆ เป็นเจตนารมณ์สร้างไม่ให้เสร็จเพื่อให้ผู้สัญจรสร้างจินตนาการกันเอาเอง
 
บริเวณหน้าศาลจะมีการละเล่น การแสดงให้นักท่องเที่ยวได้รับชม อิ่มเอมไปกับวัฒนธรรมและอิ่มท้องกับอาหารหลากหลาย ส่วนพื้นที่ตามคลองจะมีทางเดินลงเรียกว่า ตรอกเรือ มีร้านอาหารเรียงราย ข้าง ๆ จะเลี้ยงเป็ดและนกเป็ดน้ำหลากหลายชนิด มีข้อความให้อ่านเป็นความรู้ มาทั้งทีต้องได้ประโยชน์หลากหลาย



ตลาดน้ำตลิ่งชัน
ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นตลาดชุมชนจำลองแบบชาวน้ำแต่โบราณ ซึ่งคนพื้นถิ่นย่านนี้ในอดีตสัญจรด้วยเรือ และยังคงมีให้เห็นถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่การเดินทางด้วยเรือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานคลองชักพระเป็นลำคลองสาขาคลองบางกอกน้อย บริเวณที่ตั้งตลาดอยู่หน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 โดยนายประชุม เจริญลาภ ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันในสมัยนั้น โดยตั้งใจให้เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ และผลผลิตทางการเกษตรโดยมีแพขายอาหารและของฝากต่าง ๆ ริมคลองชักพระปัจจุบัน (พ.ศ. 2557) ตลาดน้ำตลิ่งชันเปิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่วัดตลิ่งชันเป็นตลาดใหม่เปิดได้ 2 ปีมาแล้ว ไม่มีแพริมน้ำ แต่มีโต๊ะนั่งพักผ่อนสบาย ๆ อีกทั้งมีการแสดงดนตรีไทยที่ลานข้าง ๆ ตลาด ถึงแม้จะมีแผงไม่มาก แต่ก็ไม่แออัด เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อน จากนั้นสามารถเดินไปหาตลาดน้ำที่อยู่หน้าสำนักงานเขตซึ่งอยู่ไม่ไกลสักเท่าใดนัก

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
ชื่อเสียงของตลาดน้ำคลองลัดมะยมกำลังเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่เป็นตลาดเปิดใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2547 นี่เอง แต่ด้วยพื้นที่ไม่แออัดมาก สามารถขยายได้อีก โดยจัดแบ่งเป็นโซน 1 ถึงโซน 5 ทำให้เป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่พอสมควร อยู่ห่างจากตลาดน้ำตลิ่งชันไม่มากเท่าใด และมีบริการเรือวิ่งระหว่างตลาดทั้งสองทำให้การท่องเที่ยวมีหลากหลายมากขึ้น
ตามข้อมูลในอินเตอร์เน็ต คลองลัดมะยมเป็นคลองเชื่อมระหว่างคลองบางระมาด และคลองบางพรม แต่เมื่อมองจากแผนที่ใน google ชื่อคลองกลับเป็น คลองลัดตาเหนียว และข้อมูลจากวารสารเมืองโบราณ ปี พ.ศ. 2549 ฉบับที่ 32.4 ชุมชนตลิ่งชันมีคลองลัดมะยม และคลองลัดตาเหนียว อยู่ด้วย แต่ยังหาข้อมูลไม่เจอว่า คลองลัดตาเหนียวกับคลองลัดมะยมเป็นอย่างไร นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งของข้อมูลการท่องเที่ยว
ตลาดน้ำแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นวิถีชีวิตชาวน้ำเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีเรือมาจอดเทียบขายผัก ขายผลไม้ ต่างจากคลองอื่น ๆ ที่มีแต่เรือจอดริมคลองเพื่อทำกับข้าวมาส่งให้คนที่นั่งบนแพ แต่ที่ตลาดคลองลัดมะยมและตลิ่งชันจะมีเรือแม่ค้าผ่านมาประปราย ทำให้ดูใกล้เคียงได้ความรู้สึกตลาดน้ำอยู่บ้าง

อาทรก่อนอาลัย
หลังจากที่ได้ผ่านไปเที่ยวตลาดน้ำมาหลายแห่ง กลับมีความเป็นห่วงลึก ๆ ถึงความไม่ยั่งยืน ของการพัฒนา การเน้นจุดขายทางวัฒนธรรม แต่ลืมฟื้นฟูวิถีชีวิตเดิมอย่างแท้จริง ขาดความเข้าใจ และเป็นการสร้างอย่างฉาบฉวย ทำให้ปัญหาสะสมและเริ่มส่งผลในระยะเวลานานวัน คนเริ่มเบื่อตลาดน้ำ เพราะสิ่งที่เป็นอยู่เป็นเพียงการจัดฉาก เป็นการสตาฟตลาดน้ำในอดีตเอามาไว้ในปัจจุบัน พ่อค้าแม่ขายที่อยู่ในตลาดส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในชุมชนอีกต่อไป มีการไล่ที่ รื้อและสร้างอาคารบ้านช่องใหม่ ๆ ดังนั้นตลาดน้ำจะยั่งยืนหรือไม่จึงอยู่ที่การพัฒนา การดำเนินงาน และหากทำเพื่อขายสินค้ากับนักท่องเที่ยวแค่นั้น ก็คงต้องเป็นไปตามสัจธรรม คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปในที่สุด... และถึงวันนั้นเราคงต้องมาแสดงความอาลัยกันอีกคราวเป็นแน่ ขออย่าเป็นเช่นนั้นเลย...